ตุลาคม 18, 2020

It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน

1 min read
It's Okay to Not Be Okay

แนว : โรแมนติก-ดราม่า

บทโทรทัศน์โดย : โจยอง

กำกับการแสดงโดย : พัคชินอู

ผลิตโดย : netflix

นักแสดงนำ : คิมซูฮยอน , ซอเยจี 

It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน เป็นเรื่องราวโรแมนติกที่ไม่ธรรมดาระหว่างคนสองคน ที่ลงเอยด้วยการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจ และความรู้สึกให้กันและกัน มุนคังแท ทำงานที่แผนกผู้ป่วยจิตเวช โดยหน้าที่ของเขาคือการจดบันทึกสภาพของผู้ป่วย เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

เรื่องย่อ It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน

คังแทเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมด้วยสารพัดคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็น หน้าตาอันหล่อเหลา รูปร่างที่ดึงดูด ความเฉลียวฉลาด ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความอดทน ไปจนถึงปฏิกิริยาการตอบสนองอันฉับไว และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะทำให้เขากลายเป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ ได้ ทว่าชีวิตของเขากลับต้องทุ่มเทให้กับการดูแลเอาใจใส่พี่ชาย มุนซังแท (โอจองเซ) ที่อายุห่างกัน 8 ปี และป่วยเป็นออทิสติก

แต่แล้วโชคชะตาก็นำพา มุนคังแท มาพบกับหญิงสาวแสนพิเศษ โกมุนยอง (ซอเยจี) นักเขียนวรรณกรรมเยาวชนชื่อดัง ที่มีนิสัยเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองแบบขั้นสุด ทั้งยังเย่อหยิ่งและหยาบคาย ใครกันจะคิดว่าผู้หญิงที่ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรเลยเรื่องความรัก และน่าจะไม่มีวันรู้สึกด้วย จะตกหลุมรักคนธรรมดา ๆ จนหัวปักหัวปำได้

It's Okay to Not Be Okay

เรื่องราวของเขาและเธอจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมกันต่อได้ในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน ได้ที่ ดูซีรี่ส์.com เว็บซีรี่ส์ที่รวบรวมทั้ง ซีรี่ส์ไทย ซีรี่ส์เกาหลี ซีรี่ส์ฝรั่ง ซีรี่ส์วาย หรือ อนิเมะ ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

  • เขียนบทโดย : โจยอง
  • กำกับการแสดงโดย : พัคชินอู

รายชื่อนักแสดงนำในซีรีส์It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน

  • คิมซูฮยอน  รับบท  มุนคังแท
  • ซอเยจี  รับบท  โกมุนยอง
  • โอจองเซ  รับบท  มุนซังแท

5 เหตุผลต้องดู It’s Okay to Not Be Okay

ซีรีส์เยียวยาหัวใจที่ได้มากกว่าความฟิน หลังจากออกอากาศสัปดาห์แรก It’s Okay to Not Be Okayได้สร้างกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ ด้วยการเป็นซีรีส์ที่ คิมซูฮยอน กลับมารับงานแสดงเต็มตัวครั้งแรกหลังออกจากกรม และซอเยจี นักแสดงนำฝ่ายหญิงที่สวยเฉียบ ทั้งยังพลิกคาแรกเตอร์นางเอกที่แตกต่าง

It's Okay to Not Be Okay

และถ้าคุณยังไม่ได้ดู ก่อนที่It’s Okay to Not Be Okayจะออกอากาศอีพี 3-4 ในคืนวันเสาร์อาทิตย์นี้ เรามี 5 เหตุผลที่ซีรีส์เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องโปรดของคุณ!

1. ผลงานคัมแบ็คของคิมซูฮยอน

It’s Okay to Not BeOkayนับว่าเป็นซีรีส์คัมแบ็คอย่างเป็นทางการหลังจาก The Producers ในปี 2015 สำหรับคิมซูฮยอน เขาเป็นนักแสดงที่มีแฟนๆ ติดตามมากที่สุดคนหนึ่ง ดูได้จากการไปแสดงรับเชิญให้ Hotel del Luna และ Crash Landing on You ซีนที่เขาปรากฏตัวก็เรียกได้ว่าขโมยซีนสุดๆ

ส่วนฝีมือการแสดงไม่ต้องพูดถึง การันตีด้วยรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ซีรีส์ Moon Embracing the Sun จากเวทีประกาศรางวัล Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 48 และอีกสองรางวัลจากเวที Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 50 สาขารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดนิยม จากภาพยนตร์ Secretly, Greatly ที่เขารับบทสายลับเกาหลีเหนือซึ่งแฝงตัวมาอยู่ในเกาหลีใต้ ตรงกับบทรับเชิญในซีรีส์ Crash Landing on You

2. ซอเยจี นักแสดงหญิงที่จะต้องจับตามองต่อจากนี้

สำหรับประเทศไทย ซอเยจีอาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ฝีมือการแสดงของเธอต้องบอกว่าเฉียบ โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสายตาบทโกมุนยอง ซีรีส์It’s Okay to Not Be Okay ซอเยจีทำการบ้านหนักมาก เพราะเป็นคาแรกเตอร์ของนางเอกที่ไม่เหมือนซีรีส์เรื่องไหนๆ เปิดตัวมาด้วยการเป็นนักเขียนวรรณกรรมเด็กที่ไม่สนใจความรู้สึกใคร มีบุคลิกภาพผิดปกติชนิดต่อต้านสังคม ซึ่งทำให้ในช่วงแรกของซีรีส์ หลายคนอาจไม่ชอบใจการกระทำต่างๆ ของโกมุนยองนัก แต่ซีรีส์จะทำให้เห็นว่าตัวเธอเองจะได้รับการเยียวยาและมองเห็นบาดแผลในจิตใจที่เป็นต้นเหตุของพฤติกรรมแย่ๆ ทั้งหลายได้อย่างไร

3. โอจองเซ กับการแสดงที่ท้าทายในบทพี่ชายออทิสติก

ไม่บ่อยนักที่ซีรีส์เกาหลีจะมีตัวละครออทิสติก นับจาก Good Doctor ในปี 2013 สำหรับ It’s Okay to Not BeOkayทีมผู้สร้างตั้งใจที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของออทิสติกให้สังคมผ่านบทมุนซังแท ที่รับบทโดย โอจองเซ ซึ่งเขาจะเอาชนะใจผู้ชมได้ด้วยความบริสุทธิ์ของจิตใจและรอยยิ้มที่ใสสะอาด

โอจองเซ นับว่าเป็นนักแสดงที่มีประสบการณ์โชกโชน และทุกครั้งที่รับบท เขาทำให้เห็นความแตกต่างของคาแรกเตอร์ได้อย่างน่าจดจำ อย่างเช่นซีรีส์ When the Camellia Blooms ในปี 2019 ที่ส่งให้เขาเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม Baeksang Arts Awards และไม่แน่ว่าปีหน้า เขาอาจมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบชายอีกครั้งจากซีรีส์It’s Okay to Not Be Okay

4. ซีรีส์เกาหลีที่ผสมผสานครบทุกอารมณ์

It’s Okay to Not BeOkayเปิดตัวด้วยการเป็นซีรีส์โรแมนติกดราม่าแฟนตาซี แต่ในอีพี 1-2 เรากลับเห็นการผสมผสานโทนเรื่องที่มีปริศนาคดีฆาตกรรมเข้ามา จากการเสียชีวิตของแม่ ที่มุนซังแทเป็นคนเห็นเหตุการณ์แต่กลับบอกเล่าออกมาไม่ได้ ซึ่งความหลากหลายของซีรีส์ทำออกมาได้ลงตัว ทั้งยังผนวกเอาประเด็นทางจิตวิทยามาใช้ประกอบได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนเส้นเรื่องโรแมนติกดราม่าระหว่างมุนคังแท และโกมุนยอง ก็เต็มไปด้วยซีนชวนจิกหมอน ที่มีการมองลึกลงไปในดวงตาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้คิมซูฮยอนและซอเยจี กลายเป็นคู่เคมีนักแสดงที่แฟนซีรีส์ให้ความสนใจในทันที

5. การเยียวยาจิตใจที่คนดูนำไปใช้ได้จริง

คิมซูฮยอน รับบท มุนคังแท เจ้าหน้าที่แผนกจิตเวช ทำให้เขาใช้ความรู้ที่มีมาในการสอนให้ โกมุนยอง รู้จักท่าอ้อมกอดผีเสื้อ (Butterfly Hug) ซึ่งเป็นเทคนิกที่ใช้จริงในการบำบัดจิตใจแบบ EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing Therapy – จิตบำบัดเกี่ยวกับบาดแผลทางใจ เหตุการณ์สะเทือนใจรุนแรง หรือความทรงจำที่เจ็บปวด) เป็นเทคนิคสงบสติอารมณ์ หรือใช้ในเวลาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งการนำศาสตร์จิตบำบัดมาใช้ประกอบในซีรีส์นี้ ทำให้ผู้ชมสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

It’s Okay to Not BeOkayเล่าเรื่องราวของ มุนคังแท (คิมซูฮยอน) เจ้าหน้าที่แผนกจิตเวชที่ไม่เชื่อในความรัก เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมภาระอันหนักหน่วงในการต้องเป็นเสาหลักของบ้าน ทั้งยังต้องดูแลพี่ชายที่มีออทิสติก (โอจองเซ) ขณะเดียวกัน โกมุนยอง (ซอเยจี) นักเขียนหนังสือเด็กชื่อดังที่แม้ว่าเธอจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย แต่ความจริงแล้วเธอเป็นโรคต่อต้านสังคม ไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนอื่น รวมทั้งไม่รู้จักความรัก และเมื่อทั้งสองได้โคจรมาพบกัน บาดแผลทางจิตใจของทั้งคู่ต่างได้รับการเยียวยาซึ่งกันและกัน

It's Okay to Not Be Okay

It’s Okay to Not BeOkayเรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน นำแสดงโดย คิมซูฮยอน, ซอเยจี, โอจองเซ กำกับโดย พัคชินอู เขียนบทโดย โจยอง ผลงานสร้างโดย Studio Dragon ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ทาง Netflix

t’s Okay to Not Be Okay นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าโลกไม่เคยจบ Happy Ending

It’s Okay to Not BeOkayซีรีส์เกาหลี ที่ว่าด้วยการบำบัดจิตใจที่ไม่ได้มีเพียงผู้ป่วยทางจิตของ โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ เท่านั้นที่ต้องการการเยียวยา แม้แต่ มุนคังแท (รับบทโดย คิมซูฮยอน) พระเอกที่ดูเหมือนจะเป็นคนปกติที่สุดคนหนึ่งในเรื่อง ก็กลับมีปมในใจเล็กๆ แต่สามารถกัดกร่อนพังชีวิตและทำให้เขาต้องคอยวิ่งหนี เช่นเดียวกับ มุนซังแท (รับบทโดย โอจองเซ) พี่ชายออทิสติกวัย 37 ปีของเขาที่ดูเหมือนมีโลกส่วนตัว ขังตัวเองอยู่แต่ในจินตนาการ เป็นบุคคลน่าอิจฉาผู้ไม่ต้องกังวลต่อสิ่งใด แต่ลึกๆ แล้ว มุนซังแท ก็มีปมในใจที่ใหญ่มาก และอาจจะซ่อนจิ๊กซอว์สำคัญของเรื่องไว้

โกมุนยอง ผู้อยู่กับฝันร้าย

มุนซังแท (รับบทโดย โอจองเซ) พี่ชายออทิสติกวัย 37 ปี
ด้าน โกมุนยอง (รับบทโดย ซอเยจี) นางเอกผู้มีอาชีพเป็นนักเขียนนิทานชื่อดัง ก็กลับมีบุคลิกต่อต้านสังคม ถูกกล่าวหาว่าเป็นกระป๋องเปล่าไร้ความรู้สึก และสามารถหลอนคนดูได้ตั้งแต่เปิดเรื่อง ซึ่งความเป็นโกมุนยองที่ว่ามานี้ช่างขัดกับบุคลิกใสๆ อ่อนโยน ใจดี รักเด็ก อย่างที่ใครๆ ก็คิดว่านักเล่านิทานควรจะเป็นอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับนิทานของโกมุนยองที่ใส่ความดาร์กของโลกแห่งความจริงเอาไว้ชนิดที่ผู้ใหญ่ดูแล้วต้องหลอนให้กับความดาร์กนี้

โลกของ โกมุนยอง นั้นไม่ต่างจากชื่อซีรีส์It’s Okay to Not Be Okay เธอคนนี้ตรงไปตรงมา และชัดเจนต่อความรู้สึกว่าเธอกำลังโอเค หรือไม่โอเค มุมมองต่อโลกของ โกมุนยอง ยังแสดงออกมาอย่างชัดเจนผ่าน “นิทาน” ที่เธอเป็นคนเขียน ไม่ว่าจะเป็นปมความเจ็บปวดที่อยู่ในใจ ปมชีวิตที่ถูกทำร้าย ทุกบาดแผลของโกมุนยองถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นดาร์กๆ และเนื้อเรื่องที่โหดเลือดสาด ไม่ว่าจะเป็น เด็กน้อยซอมบี้, เด็กชายผู้โตมากับฝันร้าย และ เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ

ความน่าสนใจของนิทานทั้งสามเรื่องคือการใส่รายละเอียดของชีวิตจริงลงไป โกมุนยองใส่ความโหยหาความรักไว้ในตัวเด็กชายซอมบี้ที่แท้จริงแล้วต้องการแค่ความอบอุ่นจากแม่มากกว่าการกัดกินร่างกายแม่เป็นอาหาร เธอบอกเล่าความทุกข์ของเด็กที่ต้องโตมากับฝันร้ายที่เขาไม่มีทางหนีพ้น รวมทั้งหักมุมความร่าเริงของหมาในฤดูใบไม้ผลิที่อาจจะมีความสุขหากมันไม่ลืมวิธีการปลดเชือกที่ผูกคอมันไว้ แน่นอนว่านิทานของโกมุนยองไม่มีเจ้าหญิงแสนสวยกับเจ้าชายขี่ม้าขาว นิทานฉบับโกมุนยองในIt’s Okay to Not Be Okay ตรงกันข้ามกับอีสป หรือเจ้าหญิงในปราสาทของดีสนีย์ที่ฝันหวานรอเจ้าชายมาจุมพิต

โกมุนยองเชิดชูแม่มดแสนสวย เธอให้ค่ากับชายเคราน้ำเงินที่ฆ่าภรรยาตัวเองและเก็บเป็นคอลเล็คชันความโดดเดี่ยวในห้องใต้ดิน เธอบอกว่าการที่เงือกน้อยไม่สมหวังในรักคือบทลงโทษของการหมายตาคนมีคู่หมั้นแล้ว โกมุนยองตั้งใจใส่ความจริงลงไปในนิทาน เพื่อที่จะบอกกับเด็กๆ ว่า นิทานไม่ได้แฮปปี้เอนด์ดิ้งเสมอไป ดังที่เธอเคยให้นิยามคำว่า “นิทาน” ไว้เมื่อครั้งที่เธอไปสอนวิชาวรรณกรรมใน โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ ว่า

It's Okay to Not Be Okay

“นิทานคือโลกแฟนตาซีแสนโหดร้าย ที่วาดให้ขัดกับความป่าเถื่อนรุนแรงของโลกแห่งความจริง”

หลังจากได้รู้จักกับนิทานสายดาร์กของโกมุนยองในIt’s Okay to Not Be Okayไป คำถามหนึ่งที่ตามมาคือ แท้จริงแล้วนิทานคืออะไร นิทานสามารถใส่ความจริงแสนโหดร้ายแบบที่โกมุนยองกำลังเล่าอยู่ได้หรือเปล่า และนิทานที่ดีควรเป็นอย่างไร

“ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วเราจะเห็นโลกของนิทานที่หลากหลายและเปิดกว้างสำหรับจินตนาการมากๆ นิทานที่เป็นปลายเปิดจะทำให้เด็กคิดได้อย่างอิสระ อย่าลืมว่าความรู้ในโลกนี้เปลี่ยนแปลงได้เสมอ และคำถามก็ไม่เคยมีคำตอบเดียว นิทานประเภทถ้าไม่เชื่อฟัง ไม่ทำตามจะเป็นอย่างนี้ นิทานพวกนี้เด็กฟังได้ แต่เด็กก็จะลืมง่าย นิทานที่ทำดีมากๆ จะสร้างความจับใจ เด็กอาจจะไม่เข้าใจ แต่สามารถจุดประกายให้เด็กค้นพบตัวเองได้ต่อไป”

นิทานที่สอนให้เด็กอยากไปโรงเรียน ผ่านชีวิตเด็กนักเรียนทั่วโลก
อุษา ให้คำนิยามโลกของนิทาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสรุปจบ และไม่จำเป็นต้องมีภาพที่สดใส ฝันหวาน หรือมีประเด็นง่ายๆ เพื่อมุ่งหวังให้เด็กเข้าใจ อีกทั้งนิทานก็สามารถใส่ชีวิตจริง หรือแม้แต่โลกของความตายไว้ได้เช่นกัน

“นิทานจะไม่สอนเด็กว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด นิทานบางเรื่องเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจอย่างครบถ้วน นั่นไม่ใช่ของแปลก เพราะสมองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหตุผลของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่ถ้าเขาได้รับเรื่องราวซ้ำๆ หรือประสบการณ์ซ้ำ แต่ต่างวุฒิภาวะด้วยการที่เขาค่อยๆ โตขึ้น เขาก็จะสามารถตีความได้เอง ดังนั้นนิทานไม่จำเป็นต้องย่อโลกบอกทุกอย่างอยู่ในนี้ และนิทานก็สามารถใส่ความจริงของชีวิตไว้ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคนเขียนนิทานจะใช้วิธีเล่าเรื่องอย่างไร”

นิทานที่ซ่อนเรื่องความหลากหลายของโลกนี้

ไม่ใช่เพียงความตายเท่านั้น ในนิทานเรื่อง I like, I don’t like ยังหนักหน่วงด้วยพล็อตเรื่องของสิทธิ์เด็ก และการกดขี่การใช้แรงงานเด็กไว้อย่างจุกมากผ่านการบอกว่า ฉันชอบอะไร ฉันไม่ชอบอะไร หรืออย่างนิทานญี่ปุ่นที่มองเผินๆ เหมือนชวนไปเที่ยวสวนผัก แต่กลับก็ใส่เรื่องความแตกต่างของโลกนี้ไว้อย่างแนบเนียนผ่านรูปทรงของผักต่างๆ ในสวน ที่แม้จะเป็นผักชนิดเดียวกัน เป็นมะเขือเทศเหมือนกันแต่อาจจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน ทว่าสุดท้ายแม้มะเขือเทศจะให้ผลผลิตที่สวยแค่ไหนก็ไปจบอยู่ในจานอาหารเช่นเดียวกับมะเขือเทศที่มีผลบิดเบี้ยว

นิทาน MOI J’ATTENDS

นิทานบางเรื่องที่อุษาหยิบยกมาใช้ภาพถ่ายเล่าเรื่อง บ้างใช้เพียงภาพถ่ายใบไม้ บางเรื่องเล่าผ่านโศกนาฏกกรมที่มาจากเรื่องจริงเกี่ยวกับการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงยามภัยพิบัติของญี่ปุ่น หรืออย่างนิทาน MOI J’ATTENDS พาไปรู้จักชีวิตคนหนึ่งคน ตั้งแต่เกิด ทำงาน มีครอบครัว และตาย ผ่านภาพประกอบที่เป็นเพียงเส้นด้ายสีแดงที่อาจจะไม่ได้สร้างความตื่นตาให้เด็กมากนัก และในนิทานบางเล่มก็มีภาพแก้วเบียร์ฟองล้นแก้วเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนี่เป็นนิทานที่เราจะไม่เจอในไทยอย่างแน่นอน

แม้นิทานจะสามารถใส่โลกแห่งความจริงลงไปได้ แต่ อุษา ก็ให้ความเห็นว่านิทานในแบบฉบับโกมุนยองอาจจะน่ากลัวและมีความรุนแรงมากเกินไปสำหรับเด็กเล็ก การโหยหาความอบอุ่นของเด็กคนหนึ่งอาจมีวิธีเล่าได้มากมายกว่าการต้องมีฉากตัดแขน ตัดขาให้เลือดสาด เช่นเดียวกับ Duck, Death and the Tulip ที่เล่าถึงความตายโดยยังใส่ความตลกขบขันลงไปได้ ซึ่งนิทานของโกมุนยองทำให้เราคิดถึงการ์ตูนของทิม เบอร์ตัน และ สตูดิโอจิบลิ ที่ใส่ความดาร์ก ซ่อนความจริงของโลกนี้ไว้ และตั้งใจสร้างมาเพื่อจับใจผู้ชมวัยผู้ใหญ่เสียมากกว่าเด็กเล็ก

แต่ถึงนิทานของโกมุนยองจะมีความดาร์กทั้งเนื้อเรื่องและลายเส้น ทว่าล่าสุดทาง tvN ได้นำนิทานทั้ง 3 เล่ม คือ เด็กน้อยซอมบี้, เด็กชายผู้โตมากับฝันร้าย และ เจ้าหมาในวันใบไม้ผลิ ตีพิมพ์จริงและนำออกวางจัดจำหน่าย ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่ผ่านความเจ็บปวดของชีวิตมาสักเล็กน้อย นิทานสายดาร์กฉบับโกมุนยองดูจะเข้าใจปมชีวิต และช่วยเยียวยาความเจ็บปวดของคนไข้นอกของ โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ แห่งนี้ได้ดีทีเดียว

It's Okay to Not Be Okay

Fact File

  • ภาพประกอบในIt’s Okay to Not Be Okayออกแบบโดย Jamsan กราฟิกดีไซเนอร์และนักวาดภาพประกอบ ชาวเกาหลี สไตล์ของเขาคือการไม่มีขีดจำกัด เขาเคยมีงานวาดภาพประกอบมาแล้วในซีรีส์ Encounter เขาได้เข้าร่วมเป็นนักออกแบบแนวคิดสำหรับภาพประกอบของบริษัทระดับโลก เช่น Nike, Samsung Galaxy, Graphic Noble และ Holica Holica
  • It’s Okay to Not BeOkayซีรีส์เกาหลีที่ว่าด้วยการเยียวยาบาดแผลทางใจซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวชที่พระเอกทำงานอยู่
  • It’s Okay to Not Be Okayนำแสดงโดยคิมซูฮยอน, ซอเยจี และ โอจองเซ กำกับโดย พัคชินอู เขียนบทโดยโจยองผลงานสร้างโดย Studio Dragon ออกอากาศในเกาหลีใต้ทางช่อง TVN และประเทศไทยรับชมได้ทาง Netflix

หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

รีวิวซีรี่ย